บรรพบุรุษของไทยเรา มีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการประดิษฐ์ตกแต่งพวงดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และวัสดุอื่น ๆ เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณกาลแล้ว
ในสมัยรัตนโกสินทร์ทุกรัชกาล งานฝีมือด้านการประดิษฐ์ดอกไม้ เป็นที่นิยมนำมาประดิษฐ์ในงานต่าง ๆ แทบทุกงาน โดยเฉพาะงานพิธีต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 นิยมการทำดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีงานพระราชพิธีใด ๆ เจ้านายฝ่ายในจะต้องประกวดกันจัดแต่งดอกไม้มาถวายให้ทรงใช้ในงานนั้น ๆ เสมอ สมเด็จพระพันปีหลวง ได้ทรงคิดร้อยมาลัยด้วยดอกไม้ต่างๆ และใช้ใบไม้แทรกนำ ทำให้มีลวดลายต่าง ๆ กันอย่างงดงาม และพลิกแพลงทำรูปต่าง ๆ กัน ในงานพระศพสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินมาตา ซึ่งเป็นพระมารดาของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าพระองค์นี้ พระบรมศพประดิษฐานอยู่ ณ วังสะพานถ่าน (คือตลาดบำเพ็ญบุญเวลานี้) สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระราชเสาวนีย์ ให้ท้าววรคณานันท์ (ม.ร.ว. ปั้ม มาลากุล) จัดทำมาลัยไปประดับพระศพตลอดงานนี้ มาลัยที่ตกแต่งเปลี่ยนสี เปลี่ยนรูป เปลี่ยนแบบเรื่อย ๆ มา จึงนับได้ว่าตั้งแต่บัดนั้นการร้อยมาลัยได้มีการวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าเดิมเป็นต้นมาหลายรูปแบบ และในระหว่างนั้น ท่านเจ้าคุณประยูรวงศ์ ก็ได้จัดทำมาลัยครุยขึ้นมา ท้าววรคณานันท์เป็นผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าของมาลัยงามหลายแบบและความรู้ความชำนาญในเรื่องร้อยมาลัยนี้ก็ได้สืบต่อมาจนถึง ม.ล. ป้อง มาลากุล ผู้ซึ่งมีความสามารถในเรื่องการทำดอกไม้สดและดอกไม้แห้ง
มาลัย คือดอกไม้แบบไทยที่ประยุกต์ขึ้น โยการนำดอกไม้สดใบไม้ และส่วนต่างๆ ของดอกไม้มาเรียงร้อยเข้าด้วยเป้นพวงหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้เนื่องเพราะเมืองไทยเป็นเมืองที่มีดอกไม้ขนาดเล็กจิ๋วมากมาย ทั้งดอกมะลิ ดอกพุทธชาด ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย ดอกรัก ฯลฯ ภูมิปัญญาปู่ย่าตายายในอดีตจึงคิดดัดแปลงให้ดอกไม้เหล่านั้นเอื้อประโยชน์แก่คนไทยมากที่สุด โดยร้อยเป็นมาลัยบูชาพระ คล้องคอบ่าวสาวในพิธีแต่งงาน คล้องมือ ใช้เป็นของชำร่วยหรือบูชาครูช่างสาขาต่างๆ
หนึ่งพวงของมาลัยประกอบไปด้วย ตัวมาลัย ส่วนใหญ่ใช้ดอกมะลิ ดอกพุด ใบแก้ว หรือกลีบกุหลาบ ร้อยสลับกันไปเป็นตัวมาลัย อุบะ คือ ส่วนที่ห้อยชายลงมาประดับพวงมาลัยให้สวยงาม นิยมใช้ดอกรักและดอกบานไม่รู้โรย ซีกเป็นมาลัยครึ่งวงกลมที่ใช้ผูกรัดรอยต่อระหว่างตัวมาลัยกับอุบะ และริบบิ้น ใช้สำหรับมาลัยบางประเภท เช่นมาลัยคล้องคอ มาลัยชำร่วย
แต่เดิมมาการร้อยมาลัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงไทย โดยเฉพาะสตรีชาววัง เพราะหากหญิงใดร้อยมาลัยไม่เป็นแล้วจะไม่ถือว่าเป็นสตรีที่มีความงามเพียบพร้อมสมเป็นเบญจกัลยาณี ดังนั้นเมื่อเด็กหญิงเริ่มโตเป็นสาว ย่ายายก็จะเริ่มฝึกให้ใช้เข้มร้อยมาลัย สอนวิธีการคัด เก็บ และร้อยดอกไม้ รวมถึงเทคนิควีการที่จะร้อยออกมาให้สวยงามและดูดี ลุกหลานชนชั้นสูงบางคนได้ฝึกฝนจากโรงเรียนการช่าง สตรีสมัยก่อนที่มีหลักสูตรร้อยพวงมาลัยแบบพิสดาร ทั้งนี้เพื่อใช้ในโอกาสและพิธีการต่างๆ เมื่อการร้อยมาลัยถูกถ่ายทอดกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงมีมาลัยหลากหลายรูปแบบมากขึ้น อาทิ มาลัยกลม มาลัยแบน มาลัยซีก มาลัยตุ้ม มาลัยลี มาลัยดอกไม้ มาลัยรูปสัตว์ เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น